Skip to content
Published May 31, 2020

ความชื้น (Humidity) หมายถึง จำนวนไอน้ำที่มีอยู่ในอากาศ ความชื้นของอากาศมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับความดันและอุณหภูมิ ซึ่งมาจากคำว่า ความชื้นสัมพัทธ์ (relative humidity หรือ RH) หมายถึง อัตราส่วนระหว่าง ปริมาณความชื้น(ไอน้ำ) ที่มีอยู่จริงในอากาศ กับปริมาณความชื้น(ไอน้ำ)ที่อากาศขณะนั้น จะรองรับได้เต็มที่ ณ อุณหภูมิเดียวกัน (Matthes and Rushing, 1972) หากปริมาณความชื้น มีมากกว่าก็จะกลั่นตัว เป็นหยดน้ำ ดังนั้นหน่วยของความชื้นสัมพัทธ์ จึงออกมาเป็นเปอร์เซ็น (%)

          ปริมาณของไอน้ำในอากาศจะขึ้นอยู่กับอุณหภูมิของอากาศเป็นหลัก โดยอากาศร้อนสามารถเก็บไอน้ำได้มากกว่าอากาศเย็น ดังนั้นหากอุณหภูมิของอากาศลดลงจนถึงจุดๆ หนึ่งที่ทำให้เกิด “อากาศอิ่มตัว” (Saturated air) อากาศจะไม่สามารถเก็บกักไอน้ำไว้ได้มากกว่านี้ หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งว่า อากาศมีความชื้นสัมพัทธ์ 100% และหากอุณหภูมิยังคงลดต่ำลงอีก ไอน้ำจะเปลี่ยนสถานะเป็นของเหลว อุณหภูมิที่ทำให้เกิดการควบแน่นนี้เรียกว่า “จุดน้ำค้าง” (Dew point)  จุดน้ำค้างของอากาศชื้นย่อมมีอุณหภูมิสูงกว่าจุดน้ำค้างของอากาศแห้ง

https://www.pico.co.th/?names=product&buid=3&pgid=120

          ซึ่งความชื้นในอากาศที่เหมาะสมกับร่างกายมนุษย์นั้น จะมีค่าเฉลี่ยนอยู่ระหว่าง 40 % RH – 60 % RH เมื่ออยู่ในอุณหภูมิที่ 18-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิที่ต่ำกว่า 18 องศาเซลเซียส จะทำให้อากาศจะเย็นลง และหนาว เมื่อความชื้นสัมพันธ์มีค่ามากกว่า 60 % RH เพราะความชื้นที่มากขึ้นนี้จะทำให้ อากาศในห้องเกิดไอน้ำ เกิดคราบน้ำหรือละอองน้ำจำนวนมากเกาะอยู่ตามกระจกและหน้าต่าง ซึ่งส่งผลให้วัสดุที่เป็นผ้า พรม เฟอร์นิเจอร์ มีความชื้นสะสม ก่อให้เกิด เชื้อรา และแบคทีเรียได้ แต่ถ้าอุณหภูมิสูงขึ้นที่ 25 องศาเซลเซียส จะเริ่มไม่สบายตัวที่ความชื้นสัมพันธ์ที่ต่ำกว่า 40 % RH อากาศที่แห้งเกินไป มนุษย์เราจะเริ่มรู้สึกหายใจไม่สะดวก อึดอัดและจมูกแห้งที่ความชื้นสัมพันธ์ต่ำกว่า 40 % RH เช่น ห้องปรับอากาศที่มีความชื้นอากาศที่แห้งมากไป

          ดังนั้นในการอยู่อาศัยควรมีการวัดค่าความชื้น เพื่อให้ร่างกายของเรารู้สึกสบายและผ่อนคลายมากยิ่งขึ้น การวัดความชื้นนั้นมีความสำคัญ เนื่องจากความชื้นในอากาศมีส่วนสำคัญในหลาย ๆ ด้านในการใช้ชีวิตประวันอย่างไม่รู้ตัว อนึ่งมีความสำคัญมากในด้านการเกษตร ซึ่งมีความสำคัญมากต่อสภาพแวดล้อมและการเพาะปลูกพืชต่าง ๆ หรือแม้กระทั่งการตากผ้า ในสภาพอากาศที่มีความชื้นต่ำ น้ำจะระเหยได้มากทำให้เสื้อผ้าที่ตากไว้แห้งได้เร็ว  แต่ถ้าอากาศที่มีความชื้นสูงน้ำจะระเหยได้น้อยเสื้อผ้าที่ตากไว้จะแห้งช้า เป็นต้น สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเครื่องมืออุตุนิยมวิทยาได้ที่ https://www.pico.co.th/?names=product&buid=3&pgid=120

          เครื่องวัดความชื้นในอากาศที่นิยมใช้มี 2 แบบด้วยกัน ดังนี้

  1.  ไฮโกรมิเตอร์ชนิดกระเปาะเปียกและกระเปาะแห้ง (Wet and dry hygrometer) เป็นเครื่องมืดวัดความชื้นโดยอาศัยหลักการระเหยของน้ำจะดูดความร้อนไปด้วย
  2. ไฮโกรมิเตอร์แบบเส้นผม (Hair hygrometer) คือเครื่องวัดโดยนำเส้นผมของมนุษย์ มีลักษณะเป็นตลับ  มาโดยต้องไม่มีไขมัน สำหรับการวัดนั้นใช้หลักการยืดและหดของเส้นผม

Comments are closed.